ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ค้นหาสินค้าภายในเว็บไซต์

ยี่ห้อสินค้า

  [Help]
dot
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สินค้า
dot
bulletเครื่องมือช่าง
bulletเครื่องมือไฟฟ้า เครื่องเชื่อม
bulletเครื่องมือลม ปั๊มน้ำและอุปกรณ์
bulletอุปกรณ์เซฟตี้
bulletอุปกรณ์สำหรับงานไฟฟ้า
bulletวัสดุงานเจาะ ตัด ขัด
bulletเคมีภัณฑ์ กาวและเทปกาว
bulletเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
bulletเครื่องมืออุตสาหกรรม
bulletเครื่องมือก่อสร้างและอื่น ๆ
bulletMarine Products
dot
ซื้อสินค้า
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
bulletตรวจสอบสถานะสั่งซื้อ
dot
บทความเรื่องเครื่องมือช่างและอื่น ๆ
dot
bulletแนะนำสินค้าใหม่
bulletสินค้าขายดี
bulletโปรโมชั่นประจำเดือน
bulletกระดานถาม-ตอบ
dot
รายชื่อยี่ห้อสินค้า
dot
dot
สมัครเพื่อรับข่าวสารของเว็บไซต์

dot







ความรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่
วันที่ 23/12/2015   10:25:54

 👉 แบตเตอรี่รถยนต์ ศัพท์ที่เกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์ ได้แก่ ไดชาร์จ เป็นอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน ไดสตาร์ท เพื่อรับกระแสไฟฟ้าเข้าไปสตาร์ทให้เครื่องยนต์ทำการหมุนตัวเอง โดยจะทำงานให้เครื่องยนต์ด้วยการป้อนกระแสไฟฟ้า เช่น มอเตอร์สตาร์ท ระบบไฟ วิทยุ เป็นต้น เป็นแหล่งเก็บไฟฟ้าสำรอง เมื่อไดชาร์จที่ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าไม่ทัน แบตเตอรี่จะถูกจ่ายไฟเฉพาะตอนสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ไดสตาร์ทและระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ทติดแล้วกระแสไฟฟ้าจะถูกจ่ายออกและถูกเพิ่มเข้าไปหมุนเวียนกันอย่างสม่ำเสมอ การที่แบตเตอรี่จะหมดนั้นมีอยู่ 2 กรณี คือ เก็บไฟไม่อยู่หรือหมดอายุการใช้งาน และ ไดชาร์จทำงานผิดปกติหรือบกพร่อง ซึ่งทำให้ประจุไฟฟ้าเข้าไปยังแบตเตอรี่รถยนต์ไม่เพียงพอหรือเข้าไปไม่ได้เลย .

👉 แบตเตอรี่มีทั้งแบบเปียกและแบบแห้ง มีอายุการใช้งานแตกต่างกัน คือ 1. คนส่วนใหญ่นิยมใช้แบตเตอรี่แบบเปียกมากกว่า แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ แบบที่ต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยๆ มีอายุการใช้งาน 1-2 ปี ไม่เกิน 3 ปี กับแบบไม่ต้องดูแลซึ่งจะกินน้ำกลั่นน้อยมาก แต่ก็ต้องมีฝาปิด-เปิดสำหรับเติมน้ำกลั่น โดยทั้ง 2 แบบจะมีอายุการใช้งานเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาแบตเตอรี่ของแต่ละคน 2. หากเป็นแบบแห้งไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่น ทนทาน และอายุการใช้งานนานกว่า แต่มีราคาแพง มีอายุการใช้งาน 5-10 ปี แบตเตอรี่แบบแห้งไม่จำเป็นต้องมีฝาปิด-เปิด บางทีจะถูกซีลทับฝาแล้วใช้ตาแมวสำหรับคอยตรวจเช็คระดับน้ำกรดและระดับไฟชาร์จ 👉 การทำงานของแบตเตอรี่รถยนต์ แบตเตอรี่มีส่วนผสมของตะกั่ว-กรดหลายเซลล์เข้าด้วยกัน ประกอบไปด้วยกลุ่มธาตุทั้งแผ่นบวกและลบ ซึ่งทำมาจากโลหะ เรียกว่า “แผ่นกั้น” หรือ “น้ำกรดผสม” ที่จะทำปฏิกิริยากับแผ่นธาตุทั้งสอง โดยเปลี่ยนพลังงานเคมีเป็นพลังงานไฟฟ้า ประจุไฟฟ้าได้ประมาณ 2 โวลต์ โดยจะถูกนำมาต่อกันแบบ “อนุกรม” เมื่อระบบแบตเตอรี่ครบวงจรกระแสไฟจะไหลไปเพื่อเปลี่ยนพลังงานเคมีออกมาเป็นพลังงานไฟฟ้า เรียกว่า “การคายประจุไฟ” แล้วกรดในน้ำกรดผสมจะทำปฏิกิริยากับแผ่นธาตุทั้งบวกและลบ จนเปลี่ยนสภาพของแผ่นธาตุสองชนิดนี้เป็น “ตะกั่วซัลเฟรต” .

👉 การเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์จะใช้ในกรณีที่ต้องการให้มีขนาดแอมป์สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้แบตเตอรี่มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย จึงต้องดูดด้วยว่าฐานของแบตเตอรี่นั้นสามารถรองรับแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นได้หรือไม่ . อาการที่บ่งบอกว่าต้องทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ เราจะเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์เมื่อใช้งานมานานกว่า 1.5-2 ปี หรือรถเกิดอาการต่างๆ ดังนี้ ไฟหน้าไม่สว่าง กระจกทำงานช้าลง ตอนเช้ารถมีอาการสตาร์ทติดยาก นั่นคือรอบของรถยนต์ไม่เพียงพอ ต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยๆ เมื่อรถยนต์ต้องการเพิ่มกำลังของเครื่องเสียงหรือไฟส่องสว่างมากขึ้น เช่น ต้องการนำรถไปใช้ในเวลากลางคืนเป็นเวลานานๆ เปิดแอร์ติดต่อกัน ใช้รถทั้งกลางวันและกลางคืน ต้องการใช้เครื่องมือสื่อสาร หรืออาจจะจอดรถไว้โดยไม่ใช้นานจนเกินไป .

👉 วิธีการชาร์จแบตเตอรี่ การชาร์จไฟแบตเตอรี่ในแต่ละครั้ง ต้องทำการชาร์จอย่างช้าๆ แล้วทิ้งไว้ 5-10 ชม. เพื่อไม่ให้แบตเสื่อมสภาพเร็ว มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น เพราะแบตเตอรี่รถยนต์มีสารเคมีอย่างตะกั่ว น้ำกรด เป็นต้น 1.กดปุ่มสีแดงบนตัวแบตเพื่อตัดกระแสไฟฟ้าระหว่างแบตเตอรี่และหน่วยควบคุม แล้วเสียบจุด Output ของเครื่องชาร์จกับปลั๊กที่ฐานเชื่อมต่อแบตเตอรี่ 2.ควรชาร์จแบตให้ห่างจากไฟและเปลวไฟ และต้องเป็นสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก .

👉 ข้อควรระวังในการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์

1.ต้องคอยระวังไฟ หรือประกายไฟต่างๆ

2.สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันดวงตาสม่ำเสมอ

3.ห้ามให้เด็กเข้าใกล้น้ำกรดและแบตเตอรี่เป็นอันขาด

4.การจัดวางและจัดเก็บแบตเตอรี่เก่าๆ ต้องให้อยู่ในสถานที่ปลอดภัย สำหรับแบตเตอรี่โดยเฉพาะ

5.ต้องแยกทิ้งแบตเตอรี่เก่าๆ ห้ามทิ้งในขยะปกติเด็ดขาด

6.แบตเตอรี่อาจเกิดการระเบิดในขณะทำการชาร์จ แบตเตอรี่จะปล่อยแก็สที่ทำให้เกิดการระเบิดได้

7.ดูคำแนะนำการใช้งานแบตเตอรี่แล้วปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

8.ระวังอันตรายจากน้ำกรดขณะเดือด น้ำกรดในแบตเตอรี่เป็นสารกัดกร่อนรุนแรง ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันถุงมือขณะทำงาน ห้ามเอียงหรือตะแคงแบตเตอรี่เพื่อไม่ให้น้ำกรดรั่วไหลออกมาได้ 
กัน




แบ่งกันอ่าน

10 วิธีป้องกันโรคร้ายจากเทคโนโลยี วันที่ 09/09/2013   23:02:47
10 วิธี เก็บเงินแบบง่าย ๆ วันที่ 03/08/2013   20:41:30



ลิขสิทธ์ © 2013 บริษัท เอสเอ็มอาร์ มารีน ซัพพลาย จำกัด.